
การทำสมาธิตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
วิธีทำสมาธิ ที่ถูกต้องทำอย่างไร - การเจริญอานาปานสติ (ตามนัยแห่งมหาสติปัฏฐานสูตร)
Meet your Teacher

Bangkok, THAILAND

วิธีทำสมาธิ ที่ถูกต้องทำอย่างไร - การเจริญอานาปานสติ (ตามนัยแห่งมหาสติปัฏฐานสูตร)
Meet your Teacher

Bangkok, THAILAND
Transcript
ก็การทำสมาธิด้วยหลักก็พระองค์ให้ตั้งจิตอยู่กับกายอ้าวจิตของเราเนี่ยรู้อยู่กับหลบหมายใจที่หลายเข้าหลายออกหรือรู้อยู่กับการเคลื่อนไหวรีบทถ้าเกิดเราเดินก็รู้การเดินอย่างนี้ก็ได้หรือรู้อยู่กับการทำงานในปัจจุบันขณะที่เราทำงานอะไรอยู่ก็ให้รู้ว่าขณะนี้ทำงานอะไรพระองค์จัดกับพ่านนท์ว่านี่คือสติอธิษฐานการงานเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะได้เหมือนกันแค่เราตั้งใจทำงานก็เป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะแล้วการเนาะจิตอยู่กับกายจะเป็นลมหายใจก็ตามเป็นการเคลื่อนไหวรีบทก็ตามเป็นการทำงานในปัจจุบันก็ตามเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งความไม่ตายพระองค์จึงบอกว่าผู้ใดบริโภคกายคตาสติผู้นั้นชื่อว่าบริโภคอมตาธรรมใครเอาจิตอยู่กับกายเนี่ยคนนั้นกำลังจะได้อมตาธรรมคือความไม่ตายเราจำคำผู้เจ้าสั้นๆไว้แค่นี้ก็พอแล้วพระศาสดาของเราเคยพูดเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้วว่าผู้ใดบริโภคกายคตาสติผู้นั้นชื่อว่าบริโภคอมตาธรรมถ้ายมลืมการเอาจิตตั้งอยู่กับกายก็ชื่อว่าลืมอมตาธรรมเหมือนกันพระองค์บอกว่ากายคตาสติอันชนเราได้หลงลืมอมตาชื่อว่าอันชนเรานั้นหลงลืมถ้ายมลืมกายก็ลืมอมตาเหมือนกันหลักของการเผ่านานี่พระศาสดาให้ตั้งจิตไว้กับอารมณ์อันเดียวแล้วพยายามทิ้งอารมณ์อื่นๆที่เหลือให้มากที่สุดให้ไว้ที่สุดเพื่อลดการเกิดของจิตจิตสร้างการเกิดปั๊บนี่ดับเลยจิตสร้างการเกิดปั๊บดับเลยเพราะการเกิดเป็นเหตุนำไปสู่ชลามอนนะแก่และตายแก่และตายมีได้ด้วยเหตุอะไรมีได้เพราะการเกิดพุทธเช่าถามอานนท์ว่าอานนท์ถ้าการเกิดไม่มีโดยประการทั้งปวงแก่และตายจะมีขึ้นมาได้หรือไม่พระอานนท์ก็บอกว่าไม่ได้พุทธเช่าบอกถูกต้องเพราะฉะนั้นเมื่อจิตสร้างการเกิดอยู่ตลอดเวลาแก่และตายก็จะตามมาตลอดเวลานี่เป็นสังสารวัติเรานั่งรู้ลมใจเข้าออกอยู่นี่จิตก็ไปสร้างอารมณ์ปั๊บเกิดอีกแล้วคิดอดีตบ้างเพลินไปเรารู้ตัวดึงกลับมาที่กายอยู่สักพักหนึ่งไปอีกแล้วดับจากกายไปสร้างการเกิดใหม่เพลินไปอีกไปคิดอนาคตมีสติดึงกลับมาละความเพลินดึงกลับมาได้อยู่กับกายสักพักหนึ่งหลุดไปอีกแล้วไปก่อกับเวทนาพอใจไม่พอใจบ้างเพลินไปอีกละความเพลินกลับมาอยู่ที่กายอีกนี่คือเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปพบชาชลามรณะเกิดตลอดเวลาขณะที่เรายังไม่ตายจิตก็สร้างพบชาชลามรณะอยู่ตลอดเวลาตัวอาการจิตอันนี้ก็เรียกว่าปฏิจจสมุบาทถ้ามันเป็นธรรมชาติอาศัยกันแล้วเกิดขึ้นเราจะมาแก้ปัญหาว่าทำยังไงจะไม่ตายก็เลยต้องมาสร้างอารมณ์อันเดียวก่อนตัวอารมณ์อันเดียวคือเอาวิญญาณขันมากอกกับกายขันทั้งหมดมีห้ารูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเอาวิญญาณมากอกกับกายเข้าไว้วิญญาณกอกกับกายเสร็จทิ้งสามขันที่เหลือมันไปคิดอดีตรีบทิ้งไปคิดอนาคตรีบทิ้ง ไปรู้สึกสุขทุกรีบทิ้งลากความเพลินซะและพระศาสดาให้กลับมาอยู่กับกายเข้าไว้กอกกับกายเข้าไว้การเกิดของเราในขันต่างๆ อีกสามขันจะถูกทิ้งโดยอตนมัดถูกทิ้งทันทีเลยดับการเกิดไปได้สามขันเหลือขันเดียวจะตายลมหายใจสุดท้ายของชีวิตพุทธเจ้าบอกให้จิตอยู่กับกายจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเมื่อกายแตกทำลายปั๊บจิตหาที่ก่อไม่ได้เมื่อจิตหาที่ก่อไม่ได้พุทธเจ้าบอกจิตก็จะหลุดพ้นเพราะไม่สามารถปรุงแต่งรูปนามขึ้นมาได้มีแค่นี้เองหลักการไม่มีอะไรซับซ้อนมากแค่สร้างแค่ยวมต้องละความยึดมั่นห้าธรรมชาตินี้ให้ได้เพราะห้าธรรมชาตินี้เป็นของแตกสลายเหมือนแก้วใบนี้ทำยังไงจะไม่ให้แตกไม่มีวิธีเพราะมันเป็นของเกิดสิ่งใดเกิดมาแล้วแตกแน่นอนทำยังไงจะไม่ให้จิตเกิดขึ้นได้เมื่อเกิดขึ้นต้องดับการเกิดทันทีถ้ายวมสามารถดับได้เร็วเท่ากระพิบตาพระศาสดาจะชมว่าเธอมีอินสีเผาหน้าฉันเลิศนั่นคือยวมจะเพลินกับอารมณ์น้อยหลง น้อยหลงความเร็วในการเอากลับมาจะเร็วขึ้นเร็วขึ้นเร็วขึ้นนั่นคือยวมมีสติไหวขึ้นเมื่อสติไหวขึ้นสัมปชัญญะความรู้ตัวอยู่กับปัจจุบันก็ต่อเนืองยาวนานขึ้นความรู้ตัวที่อยู่กับปัจจุบันต่อเนืองยาวนานเรียกว่าจิตยมมีสมาธิยมจะทำอะไรมันก็จะตั้งมั่นอยู่กับสิ่งๆนั้นได้นานๆและถ้าจิตตั้งมั่นได้อย่างนี้ทำอะไรก็ดีหมดงานก็ดี ชีวิตก็ดีคิดอ่านอะไรก็ดีหมดพุทธเจ้าจึงบอกว่าตรงนี้เป็นบอกเกิดแห่งปัญญาทำให้ปัญญางอกงาม ปัญญาไพบูลปัญญาแล้นปัญญาเร็ว ปัญญาไหวปัญญาจะเกิดได้เพราะยมทำสมาธิละความคิดอากุศลทั้งหลายละอารมณ์ทั้งหลายออกไป นิวอนทั้งห้าออกไปอากุศลออกไปอันนี้จะเป็นเหตุให้ปัญญาเราเกิดขึ้นมาเมื่อจิตยมตั้งมั่นยมปล่อยวางสามขันที่เหลือนี้แล้วสิ่งที่ยมจะได้ฝึกตลอดเวลาระหว่างที่มีการละนันทิคือความเผลินคือยมจะเห็นการเกิดการดับตลอดเวลาความคิดยมเผลอไปคิดเรื่องอดีตยมจะเห็นว่าลมดับความคิดอดีตเกิดเมื่อยมละความเผลินเอากลับมาที่ลมยมจะเห็นความคิดอดีตคือสัญญาดับลมเกิดจะเห็นการเกิดการดับเกิดดับเกิดดับตลอดเวลานั่นคือเราเห็นอริยสัจสีเห็นอย่างที่พระศาสดาเห็นและสิ่งที่กำลังทำอยู่คือมักจะเริ่มมักวิธีคือสร้างสติหรือการละนันทิดึ่งกลับมาตรงนี้กลับมาอยู่พจุบันตรงนี้งั้นการปฏิบัติพราวนาทำแค่นี้ทำแค่นี้ไม่มีอะไรซับซ้อนมากแค่หลักการแค่นี้ยมก็ทำไปเรื่อยๆทำไปเรื่อยๆความเร็วในการกลับมาจะเร็วขึ้นยมเคยนั่งสมาธิเผลอไปนั่งคิดมานั่งครึ่งชั่วโมงแบบนี้อาการอย่างนั้นก็จะค่อยๆหมดไปอาจจะเผลอไปคิดสัก 3 นาที 4 นาที 5 นาทีดึงกลับมาได้ต่อไปก็จะเร็วขึ้นนาทีหนึ่งดึงกลับมาได้ต่อไปก็วินาทีเดียวหลุดไปปั๊บกลับมาได้นี่คือกระพิบตาเดียวพระศาสดาก็จะชมว่าเรามีอินสีเผาหน้าชั้นเลิศถ้าเราทำงานอยู่ก็อย่างที่บอกให้ตั้งใจทำงานถึงกรอบมันจะกว้างยมยังคิดนอนคิดนี้อยู่แต่กรอบคือใช้งานเป็นกรอบยมคิดอยู่ในงานไม่คิดออกไปนอกงานถ้าเราทำงานอยู่ใจคิดว่าสามอาทิตย์นี้จะไปเที่ยวไหนอันนี้คิดไปนอกงานแล้วก็ดึงกลับมาให้อยู่ในกรอบของงานอย่างนี้ระหว่างนี้มีคำถามอะไรไหมถ้าใครจะตามสักตามได้ไม่สร้างเพื่อนๆมีคำถามไหมครับอาจจะลองคิดในใจก่อนก็ได้นะครับแล้วเดี๋ยวอาจจะเอาไม้ไปให้นะครับสามารถถามพระอาจารย์ได้นะครับมันก็จะมีค่อนข้างจะหลายเรื่องนะครับแต่ถ้าเรากำลังพูดถึงเรื่องของการทำสมาธิในเรื่องของการทำงานจะมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการฝึกสมาธิว่าการดูลมหายใจหรือการทำอานาปานัสติที่พระอาจารย์ได้บรรยายให้พวกเราทราบจะสามารถทำให้เราดุดพ้นได้อย่างไรในข้อนี้พระพุทธเจ้าท่านได้กล่าวไว้ว่าอย่างไรอยากจะให้พระอาจารย์ให้ความกระจากในเรื่องของการฝึกอานาปานัสติจะสมาธิทำให้เราดุดพ้นได้อย่างไรเดี๋ยวจะให้ดูโภชม 7เพราะศาสดาอธิบายการรู้ลมหายใจอย่างเดียวไปจนถึงบิมุตรเลยอันดับแรกลองสติประทาน 4ลมหายใจเข้าออกสติประทาน 4 จะบริบูรณ์เพราะอานาปานัสติบริบูรณ์ถ้าเราอยากดูว่าพระศาสดาอธิบายไว้อย่างไรผู้เจ้าของเราเองเมื่อ 2, 000 กว่าปีอธิบายอย่างนี้ผู้เจ้าอธิบายสติประทาน 4ด้วยการทำอานาปานัสติอย่างเดียวรู้ลมหายใจเข้าออกเข้าออกแค่นี้ผู้เจ้าบอกพิสูจน์ทั้งหลายอานาปานัสติอันบุคคลจะเริ่นแล้วอย่างไรทำให้มากแล้วอย่างไรสติประทานทั้ง 4ยิ่งทำสติประทาน 4 ให้บริบูรณ์ได้จะเริ่นอานาปายังไงทำให้สติประทาน 4 บริบูรณ์ก็จะเริ่นอย่างนี้ทำความรู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวงทำกายสังขารให้ลำงับทำแค่นี้เป็นผู้ตามเห็นกายในกายอยู่เป็นประจำตัวอานาปาเป็นสติประทานทั้ง 4คบทวนในตัวของมันเสร็จนี่คือมุมของการเห็นกายในกายพระองค์ก็อธิบายเพิ่มว่าพระองค์เห็นว่าลมหายใจเข้าและลมหายใจออกมันเป็นกายอันหนึ่งในกายทั้งหลายเพราะเห็นนั้นในเรื่องนี้พิษุนั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้ตามเห็นกายในกายอยู่เป็นประจำมีความเพียรเผากิเลสมีสัมปชัญญะมีสตินำอภิชารและธุมนัสในโลกออกเสียดายแค่เรารู้ลมที่ไหลเข้าไหลออกเธอกำลังเห็นกายในกายลองไปดูอีกอันหนึ่งรู้ลมหายใจเข้าออกอยู่นี่สุขทุกข์มะไม่ได้สุขทุกข์เฉยเฉยขณะที่เฉยเฉยนี่คือเป็นเวทนาอันหนึ่งในเวทนาทั้งหลายนั้นขณะที่นั่งไปเนี่ยเราเกิดปีติรู้พร้อมเฉพาะซึ่งปีติซึ่งสุขซึ่งจิตตสังขารคือการปรุงแต่งของจิตแล้วทำจิตตสังขารให้ลำงับชื่อว่าเห็นเวทนาในเวทนาเพราะองค์บอกเราย่อมกล่าวการทำในใจเป็นอย่างดีต่อลมหายใจเข้าและลมหายใจออกนั้นว่าเป็นเวทนาอันหนึ่งในเวทนาทั้งหลายเพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้พิสูจน์นั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้ตามเห็นเวทนาในเวทนาอยู่เป็นประจำมีความเพียรเผากิเลสแค่นั่งรู้ลมเนี่ยไปดูจิตตานุกสนาแค่นั่งรู้ลมก็เป็นการดูจิตถ้าทำจิตให้ปลาโมทตั้งมั่นปล่อยอยู่ชื่อว่าเห็นจิตในจิตด้วยการรู้ลมเพราะพระองค์บอกเราไม่กล่าวอานาปานัสติว่าเป็นสิ่งที่มีได้แก่ผู้มีสติอันลืมหลงไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติไม่มีสัมผัสติ
4.8 (42)
Pimnara
June 20, 2020
นุโมทนาบุญร่วมด้วยค่ะ opal pimnara
